Twoplus Training Center


กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

หลักสูตรนี้ จะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือแม้กระทั้งเจ้าของโครงการ สถาปนิก วิศวกร เข้าใจรายละเอียดและทราบเทคนิคในเรื่องของการขออนุญาตก่อสร้างก่อนสร้างอาคาร รวมถึงการควบคุมการก่อสร้าง และการตรวจรับรองการก่อสร้างอาคาร จะทำให้สามารถเตรียมเอกสาร ในการขอยื่นขออนุญาตและรายละเอียดการออกแบบการก่อสร้างได้อย่างถูกต้อง และถูกหลักพระราชบัญญัติ ควบคุมอาคารโดยหัวข้ออบรมนี้จะช่วยให้ท่านทำงานได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

ผลที่ได้จากการผ่านการอบรม
*สามารถรู้และเข้าใจหลักเทคนิคในการควบคุมอาคารได้อย่างถูกต้อง
*สามารถจัดเตรียมเอกสารในการขออนุญาตก่อสร้างอาคารได้อย่างถูกต้อง
*สามารถทราบรายละเอียดในการออกแบบอาคารต่างๆ ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารได้อย่างถูกต้อง
*สามารถเข้าใจในหลักและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมอาคาร ครอบคลุมไปถึงการควบคุมการก่อสร้างอาคาร และการตรวจ*รับรองการก่อสร้างอาคารได้อย่างถูกต้อง

ระยะเวลาอบรม

1 วัน

เมื่อจบการอบรมนี้แล้ว สามารถที่จะเข้าใจได้ดังนี้

*รู้ขั้นตอนและเข้าใจเทคนิคในการควบคุมอาคารได้เป็นอย่างดี
*รู้วิธีในการจัดเตรียมเอกสารในการขออนุญาตก่อสร้าง ก่อนการสร้างอาคารได้อย่างถูกต้อง
*นำความรู้ที่ได้รับไปใช้ดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
*เข้าใจและปฏิบัติตามหลักพระราชบัญญัติการควบคุมอาคารได้อย่างถูกต้อง

เนื้อหาหลักสูตร

*ความหมายของการควบคุมอาคาร
*การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ก่อนการก่อสร้างอาคาร
*การควบคุมอาคารการก่อสร้างอาคาร
*การตรวจรับรองการก่อสร้างอาคาร
*อธิบายเทคนิคในการยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารชุด อาคารอยู่อาศัยรวม อาคารสำนักงานและอาคารทั่วไป
*อธิบายรายละเอียดการออกแบบ
*อาคารสูงไม่ถึง 23 เมตร ที่ผิวพื้นดาดฟ้า
*อาคารขนาดใหญ่พิเศษและอาคารสูง
*บ้านเดี่ยว
*ทาวน์เฮาส์(บ้านแถว อยู่อาศัย)
*ตึกแถว
*ห้างสรรพสินค้า
*โรงงาน
*โกดังเก็บของ
*จำนวนที่จอดรถยนต์
*อธิบายถึงการดัดแปลงอาคาร การรื้อถอนอาคาร
*อาคารสร้างค้างกับการต่ออายุใบอนุญาต
*การยื่นต่ออายุใบอนุญาตก่อสร้าง
*การเปลี่ยนการใช้อาคาร
*การขอบ้านเลขที่
*การจัดสรรที่ดิน
*ถนน ทางเท้า งานระบบ พื้นที่สาธารณูปโภค-บริการสาธารณะ
*อธิบายรายละเอียดการยื่นขอจัดสรร
*อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับอาคารชุด

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม/สำรองที่นั่งได้ที่
บริษัท ทูพลัส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
โทร. 0 2513 7500 หรือ 0 2513 7494
อีเมล์ sales@twoplustrainingcenter.com
www.twoplustrainingcenter.com

กฎหมาย และตำรวจ ที่เกี่ยวข้องกับผู้จัดการโครงการของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง

กฎหมาย และตำรวจ ที่เกี่ยวข้องกับผู้จัดการโครงการของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง

การทำงานก่อสร้างเป็นการทำงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายฝ่าย ทั้งที่ได้รับเชิญและ ไม่ได้รับเชิญ ในหน่วยงานก่อสร้างจึงกลายเป็นศูนย์รวมของปัญหาที่กวนใจ หรือเป็นทุกข์สำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างอยู่เสมอ ส่วนใหญ่จะเกิดจากสิ่งที่ไม่รู้ ไม่มีความรู้ หรือ รู้แบบไม่หมด หน่วยงานก่อสร้างกับตำรวจมักจะหลีกเลี่ยงกันไม่ค่อยได้ ตั้งแต่ คนงานตีกัน คนงานดื่มสุรา เล่นการพนัน ปัญหาชู้สาว เศษวัสดุหล่นลงจากรถบรรทุก การรับคนงานต่างด้าวไว้ทำงาน ปัญหาการขโมยของ เป็นต้น ซึ่งหากผู้รับเหมาเข้าใจ ถึงขบวนและวิธีการทำงานของตำรวจ จะทำให้ผู้รับเหมาหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ รับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เพราะหากไม่เตรียมตัวดีพอ อาจต้องไปนอนในคุก แทนลูกน้องก็เป็นไปได้

โดยวิทยากรที่ให้การอบรมเป็นตำรวจที่มีประสบการณ์ด้านสืบสวนสอบสวนอย่างมาก ที่จะมาให้ความรู้กับท่าน ที่ไม่มีที่ไหนกล้าเปิดเผยให้ท่านทราบ !

ผลที่ได้จากการผ่านการอบรม

*มีความเข้าใจกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในสนาม

*มีความเข้าใจกับการทำงานของตำรวจ

*เข้าใจกับขอบเขตและสิทธิของตนเอง

* แนวทางแก้ไข เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง

ระยะเวลา 2 วัน

เมื่อจบการอบรมนี้แล้ว สามารถที่จะเข้าใจได้ดังนี้

* ท่านจะเข้าใจถึงสิทธิ์ของท่านอย่างถูกต้อง

* ท่านสามารถป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมาย

* ท่านสามารถป้องกันของหายหรือ สามารถติดตามจับกุมได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยการจด จำ รูปพรรณของสำคัญในหน่วยงาน

* ท่านสามารถที่จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างถูกต้อง

* ท่านจะได้ไม่เข้าไปนอนในคุกโดยไม่จำเป็น

เนื้อหาหลักสูตร

* อธิบายหลักของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และอาญา

* ขั้นตอนในการแจ้งความที่สถานีตำรวจ

* การโทรแจ้งความให้มาระงับเหตุที่หน่วยงาน

*ผู้รับผิดชอบในหน่วยงานสนาม เจ้าของอาคาร ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน หรือ วิศวกร

* ขั้นตอนในการจับกุม ดำเนินคดี และการส่งฟ้อง แบบต่างๆ

* เทคนิคการสืบสวนของตำรวจ

* เทคนิคและหลักการขอประกันตัว

* การพกพาอาวุธในหน่วยงาน

* การตรวจจับกุมสิ่งเสพติดในหน่วยงาน

*เทคนิคหากท่านกลายเป็นผู้ต้องหา

*การจับกุมคดีเช็คเด้ง ของผู้รับเหมา

* คดีอาญา รับคนงานต่างด้าว

* คดีอาญา ทำร้ายร่างกาย

* คดีอุบัติเหตุ ประมาท ที่ทำให้คนอื่นเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ เช่น เครนหล่นทับคนงานก่อสร้าง

* คดีขโมยของจากหน่วยงานก่อสร้าง

* คดีเล่นการพนัน

* กรณีใดที่ตำรวจเข้าจับกุมและจับกุมไม่ได้
* ขอบเขตและหน้าที่ของตำรวจ ที่ผู้รับเหมาก่อสร้างควรรู้

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม/สำรองที่นั่งได้ที่
บริษัท ทูพลัส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
โทร. 0 2513 7500 หรือ 0 2513 7494
อีเมล์ sales@twoplustrainingcenter.com
www.twoplustrainingcenter.com

กฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

กฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

การดำเนินธุรกิจย่อมต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจ ที่ต้องมีการว่าจ้างแรงงาึ่น ซึ่งต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกฎหมายแรงงานและกฎหมายแรงงานพื้นฐานที่มีความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจ คือ กฎหมายคุ้มครองแรงงานและธุรกิจการก่อสร้างเป็นอีกสาขาหนึ่ง ที่จำเป็นต้องทราบกฎหมายแรงงานพื้นฐานนี้ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากข้อขัดแย้งในการทำงาน

การอบรมหลักสูตรนี้จะทำให้ท่านสามารถเข้าใจรายละเอียดและข้อกำหนดทางกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวกับธุรกิจการก่อสร้าง เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้องและนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลที่ได้จากการผ่านการอบรม

*เข้าใจความหมายของคำศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน เช่น นายจ้าง
ลูกจ้าง ค่าจ้าง ผู้รับเหมาชั้นต้น ผู้รับเหมาช่วง ฯลฯ

* ทราบข้อกำหนด บทบัญญัติด้านแรงงานที่เกี่ยวกับธุรกิจการก่อสร้าง

* เข้าใจเจตนารมณ์ของกฎหมายแรงงาน และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

* ทราบวิธีปฏิบัติเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานที่เกี่ยวกับธุรกิจการก่อสร้าง

ระยะเวลา
2 วัน

เมื่อจบการอบรมนี้แล้ว สามารถที่จะเข้าใจได้ดังนี้

-ท่านสามารถเข้าใจเจตนารมณ์ หลักการ ความหมายของคำศัพท์วิธีปฏิบัติของ กฎหมายแรงงานที่เกี่ยวกับธุรกิจการก่อสร้าง ซึ่งจะนำไปสู่การทำงานร่วมกัน อย่างสันติสุขและเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื้อหาหลักสูตร

* ความหมายของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

*ความหมายของนายจ้าง ลูกจ้าง

*ความหมายของผู้รับเหมาชั้นต้น

*ความหมายของผู้รับเหมาช่วง

* ความหมายของค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด

*วิธีการคำนวณค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด

* ความหมายของค่าชดเชย

* พฤติกรรมของลูกจ้างที่นายจ้างไม่ต้องรับผิดชอบเมื่อเลิกจ้าง

* สวัสดิการในสถานประกอบกิจการ

* ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับธุรกิจการก่อสร้าง

* กฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานสำหรับธุรกิจการก่อสร้าง

* ความรับผิดชอบของนายจ้างเมื่อไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

*ปฏิบัติอย่างไรเมื่อได้รับคำสั่งจากพนักงานตรวจแรงงาน

* กรณีศึกษา

* ถาม-ตอบ ปัญหา

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม/สำรองที่นั่งได้ที่
บริษัท ทูพลัส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
โทร. 0 2513 7500 หรือ 0 2513 7494
อีเมล์ sales@twoplustrainingcenter.com
www.twoplustrainingcenter.com

การใช้มาตรการทางวินัยในการจัดการปัญหาด้านแรงงาน

การใช้มาตรการทางวินัยในการจัดการปัญหาด้านแรงงาน

ในทุกกิจการ ย่อมมีพนักงานหรือลูกจ้างทำความผิดบ้างไม่มากก็น้อย โดยบริษัทจะต้องมีกฎระเบียบ ข้อบังคับทางวินัย และบทลงโทษกำหนดไว้ แต่ไม่ใช่จะนำวินัยมาลงโทษเพียงอย่างเดียว ต้องรู้จักนำมาตรการทางวินัยมาใช้ในทางบวกด้วย แต่ถ้าจะลงโทษก็ต้องมีการสอบสวนก่อน

ดังนั้น เทคนิคการสอบสวน เทคนิคการรวบรวมพยานหลักฐาน เทคนิคการจัดทำรายงานการสอบสวน ขั้นตอนการใช้มาตรการในการลงโทษ จึงเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ เพราะหากได้รับมอบหมายให้ทำการสอบสวนเรื่องใด ก็จะทำได้ถูกต้องและรัดกุม มีการฟ้องร้องก็สามารถชนะคดีความ

ผลที่ได้จากการผ่านการอบรม

*การ และรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ความหมายของวินัยพนักงาน ความหมายของการสอบสวน การจัดทำรายงานสอบสวน ประเภทของพยาน เหตุในการลดหย่อนโทษ เป็นต้น

* เข้าใจวิธีการในการใช้มาตรการทางวินัยเชิงสร้างสรรค์ โดยอาศัยหลักการระวัง ดูแล ป้องกัน และเยี่ยวยาแก้ไข

* ทราบเทคนิคต่างๆ ในการใช้มาตรการทางวินัย เช่น เทคนิคการสอบสวนข้อเท็จจริง เทคนิคการสอบสวนที่ดี เทคนิคการเตรียมตัวสอบสวน เทคนิคการรวบรวมพยานหลักฐาน เป็นต้น

* เข้าใจขั้นตอนในการใช้มาตการในการลงโทษ และสามารถนำไปใช้ได้จริง

* ยกตัวอย่างของคำพิพากษาที่เกี่ยวกับการลงโทษทางวินัย เพื่อนำไปใช้เป็นแบบอย่างในการสวบสวน

ระยะเวลาอบรม

1 วัน

เมื่อจบการอบรมนี้แล้ว สามารถที่จะเข้าใจได้ดังนี้

*สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการจัดการปัญหาด้านวินัย การสอบสวน มาตรการในการลงโทษ เพื่อความถูกต้องยุติธรรมและรัดกุมในการตัดสินวินัยในเชิงสร้างสรรค์ี

เนื้อหาหลักสูตร

* ความหมายของวินัยพนักงาน

*การใช้มาตรการทางวินัยเชิงสร้างสรรค์ ด้วยการระวัง ดูแล ป้องกัน และเยีี่ยวยาแก้ไข

* ความหมายของการสอบสวน

* เทคนิคการสอบสวนข้อเท็จจริง

*ทำไมต้องสอบสวนข้อเท็จจริงผู้กล่าวหา ก่อนผู้ถูกกล่าวหา จึงจะได้ผลโดยแท้

* เทนนิคการสอบสวนที่ดี

* เทคนิคการเตรียมการสอบสวน

* การรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนไปสอบสวน / ระหว่างการสอบสวน และการรวบรวมพยานหลักฐาน

* ประเภทของพยาน ประจักษ์พยาน พยานแวดล้อมกรณี พยานบอกเล่า พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานบุคคล พยานเอกสาร วัตถุพยาน

* การจัดทำรายงานการสอบสวน

* ขั้นตอนการใช้มาตรการในการลงโทษ

( ข้อบังคับ / ตัวบทกฎหมาย / คำพิพากษาฎีกา / ประกาศ ระเบียบ คำสั่ง

* เหตุมีอยู่จริง ไม่ระบุในคำสั่ง นำมาอ้างใช้ต่อสู้คดีไม่ได้

* ไม่ต้องรอผลคดีอาญา สอบสวนเสร็จลงโทษได้โดยชอบ

* มิได้แจ้งข้อหาแต่ต้น แจ้งข้อหาเพิ่มได้

* ไม่กำหนดความผิดครั้งใด ลงโทษเท่าไรจะปลอดภัยกว่า

* ลงโทษต่างกันในความผิดเดียวกันได้

* ความประพฤติส่วนตัวไม่เหมาะสม เลิกจ้างได้

* หลักเกณฑ์การออกหนังสือเตือนมีอย่างไร

* ลักษณะคำเตือนที่รัดกุม ถูกต้อง มี 8 ประการ

* วิธีแจ้งคำเตือนเป็นหนังสือที่สมบูรณ์ 7 ประการ

* การเลิกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาจ้างแรงงาน 5 ประการ

* เหตุลดหย่อนโทษ

* คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวกับการลงโทษทางวินัยที่ต้องให้ความสนใจ

* ทำผิดครั้งเดียว ลงโทษหลายสถานได้

* ลงชื่อทำงานล่วงเวลา แต่ไม่มาทำ ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ได้

* แม้มีใบรับรองแพทย์แสดง นายจ้างไม่เชื่อ เลิกจ้างได้

* อ้างเหตุไม่ตรงความผิด ศาลฎีกาให้เลิกจ้างได้

* ปล้ำลูกน้องนอกที่ทำงาน นอกเวลางาน ก็เลิกจ้างได้

* ทะเลาะวิวาท เลิกจ้างได้

*ต่อยหัวหน้านอกโรงงาน แต่เกี่ยวกับงานเลิกจ้างได้

* เลิกจ้างผู้บังคับบัญชา เพราะบกพร่องในการดูแลลูกน้องได้

*ลูกจ้างพูดจาข่มขู่ และไม่สุภาพต่อนายจ้าง เลิกจ้างได้

* ไม่ไว้วางใจลูกจ้าง ก็เลิกจ้างได้

* หย่อนสมรรถภาพในการทำงาน เลิกจ้างได้

* ขาดงาน 2 วัน แม้มีเหตุผลอันสมควร ก็เลิกจ้างได้

* หลับในเวลางาน 2 ชั่วโมง เลิกจ้างได้

* ทำความผิดมานานเกิน 1 ปี นำเหตุดังกล่าวมาเลิกจ้างได้

* ทำงานไม่ได้มาตรฐาน ให้ปรับปรุงตัว ไม่น่าพอใจ เลิกจ้างได้

* เล่นการพนันนอกโรงงาน เลิกจ้างได้

* ลูกจ้างหยอกล้อซ้ำในเวลาทำงาน ถูกเลิกจ้างไม่ได้ค่าชดเชย

* ใช้เวลาทำงานมาขายของส่วนตัว เลิกจ้างได้

* ดื่มสุรามากจนรุ่งขึ้นมาทำงานไม่ได้ เลิกจ้างได้

* ไม่เข้าร่วมประชุมตามนายจ้างสั่ง เลิกจ้างได้

* มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน เลิกจ้างได้

*ลงเวลาทำงาน แต่ไม่ทำงาน เลิกจ้างได้

* ทำผิดระเบียบ แม้ไม่ร้ายแรง ก็เลิกจ้างได้

* รับเงินจ้างลูกค้า โดยมิได้เรียกร้อง ก็เลิกจ้างได้

* ทำเงินขาดบัญชีเล็กน้อย ก็เลิกจ้างได้

* สั่งให้ลูกจ้างไปทำงานที่หนึ่ง แต่กลับไปอีกที่หนึ่ง เลิกจ้างได้

* ลูกจ้างทำผิดอาญา ศาลให้รอการลงโทษ ก็เลิกจ้างได้

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม/สำรองที่นั่งได้ที่
บริษัท ทูพลัส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
โทร. 0 2513 7500 หรือ 0 2513 7494
อีเมล์ sales@twoplustrainingcenter.com
www.twoplustrainingcenter. com

เทคนิคการใช้การเขียนข้อบังคับของบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมาย

เทคนิคการใช้การเขียนข้อบังคับของบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ในแต่ละประเทศต่างก็มีรัฐธรรมนูญเป็นของตัวเอง เพื่อใช้ควบคุมดูแลประชาชน บริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดทุกแห่งที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป จะต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเช่นเดียวกัน เปรียบเสมือนการมีรัฐธรรมนูญไว้ใช้ในการบริหารควบคุมทรัพยากรบุคคล ในทางกฎหมาย หากนายจ้างมิได้เขียนสิทธิในทางการบริหารจัดการให้ชัดแจ้ง ถือว่านายจ้างสละสิทธิ์ดังกล่าว

การอบรมหลักสูตรนี้ จะทำให้ท่านเกิดความรู้ในการเขียนและแก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียด ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เพื่อใช้ในการควบคุมดูแลบุคลากรให้เกิดประสิทธิภาพ และสามารถบังคับใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลมากที่สุด

ผลที่ได้จากการผ่านการอบรม

-เข้าใจหลักการพื้นฐานในการจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เช่น ความสำคัญ การจัดทำ ภาษาที่ใช้ การประกาศบังคับใช้ การปิดประกาศ สถานที่ปิดประกาศ เป็นต้น
-ทราบบทลงโทษที่กฎหมายกำหนด หากไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
-เข้าใจวิธีการเขียน และแก้ไขเนื้อหาสาระของข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่นายจ้าง
-ทราบรายละเอียดที่ควรระบุ หรือไม่ระบุไว้ในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และผลบังคับใช้กับลูกจ้างที่มีอยู่ก่อนและลูกจ้างใหม่ เมื่อมีการแก้ไขข้อบังคับ ว่าแตกต่างกันอย่างไร
-ยกตัวอย่างของคำพิพากษาฎีกา ที่เกี่ยวข้องกับข้อบังคับในการทำงาน เพื่อเป็นแบบอย่างในการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

ระยะเวลาอบรม

1 วัน

เมื่อจบการอบรมนี้แล้ว สามารถที่จะเข้าใจได้ดังนี้

-สามารถจัดทำข้อกำหนด แก้ไข เพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เพื่อใช้ในการบริหารงานบุคคลในบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลบังคับใช้ โดยไม่ถือว่านายจ้างสละสิทธิ์อันพึงมี

เนื้อหาหลักสูตร

-เมื่อไรที่นายจ้างต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
*ความสำคัญ
*การจัดทำ
*ภาษา
*การประกาศใช้บังคับ
*การปิดประกาศ
*สถานที่ปิดประกาศ
*วิธีการส่งสำเนาให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องที่ได้ประโยชน์
-ถ้าไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน อาจถูกปรับและถูกจำคุกได้เพียงไร
-ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ควรเขียนและควรแก้ไขให้เกิดประโยชน์แก่นายจ้าง ควรจะมีสาระอย่างไรเกี่ยวกับ
*วัน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก วันหยุด และหลักเกณฑ์การหยุด
*-หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด
*วันลา และหลักเกณฑ์การหยุด
*หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลา และการทำงานในวันหยุด
*วันลา และหลักเกณฑ์การลา
*วินัยและโทษทางวินัย
*การร้องทุกข์
*การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ
-สิ่งที่ไม่ควรระบุในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานมีอะไรบ้าง
-สิ่งสำคัญที่จะต้องระบุในข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานมีเรื่องอะไรบ้าง
-จะทำการแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ให้มีผลใช้กับลูกจ้างใหม ่ได้อย่างไร
-จะทำการแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ให้มีผลใช้กับลูกจ้างเก่าที่เข้ามาอยู่ก่อน ได้อย่างไร
-นายจ้างจะแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานฝ่ายเดียว ที่เป็นโทษต่อลูกจ้างให้มีผลบังคับได้โดยชอบด้วยวิธีใด พร้อมยกคำพิพากษาฎีกาประกอบ
-ข้อสงวนสิทธิของฝ่ายนายจ้างในการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เหตุใดจึงทำมิได้
-ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ประกาศแล้วต้องใช้บังคับนานเท่าไร
-ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับข้อบังคับในการทำงาน

สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม/สำรองที่นั่งได้ที่
บริษัท ทูพลัส เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด
โทร. 0 2513 7500 หรือ 0 2513 7494
อีเมล์ sales@twoplustrainingcenter.com
www.twoplustrainingcenter.com

หน้าต่อไป